จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2559

ข้าวโพดเนยคลุก

                             
                                                 ข้าวโพดเนยคลุก
เมนูนมๆ เนยๆ อีกหนึ่งเมนู ข้าวโพดคลุกเนย เป็นของหวานที่ลองทำกินเองค่ะ จะได้ใส่เนย นมได้ตามชอบ

ส่วนผสมและสัดส่วน
1. ข้าวโพดหวานต้มสุก 
2. เนยสด หรือมาการีน
3. นมข้นจืด
4. น้ำตาลทราย
วิธีปรุง
1. ข้าวโพดหวานแกะเอาเปลือกออก แล้วใช้มีดฝานหรือแกะออกเป็นเม็ดๆ 
2. เทน้ำใส่หม้อ สำหรับต้มข้าวโพด เติมเกลือ และน้ำตาลทรายลงไปเล็กน้อย
3. ต้มจนเมล็ดข้าวโพดลอยขึ้นมาช้อนขึ้นมาใส่ชามหรือภาชนะสำหรับคลุก
4. ตักเนยใส่ (ปริมาณข้าวโพด 2 ทัพพี ใส่เนย 1 ช้อนชา) คลุกเคล้าให้เข้ากัน 
5. เติมน้ำตาลทรายลงไปประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ และนมข้นจืดอีก 1 ช้อนโต๊ะ
6. เติมเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วย



วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

หมูปิ้งนมสด



สูตรหมูปิ้งนมสดอร่อยๆ ที่ทานพร้อมกับข้าวเหนียวร้อนๆ มั่นใจว่าเพื่อนๆหลายคนคงเคยรับประทานกันแน่นอน สำหรับใครที่กำลังหาอาชีพเสริมอยู่ แต่ไม่รู้จะขายอะไรดี วันนี้เราจึงมาแนะนำสูตรหมูปิ้งนมสด ให้เพื่อนๆลองไปทำรับประทานและขายกันดูนะค่ะ





วัตถุดิบและเครื่องปรุง

1. เนื้อหมูประมาณ 1 กก.

2. ซีอิ้วดำประมาณ ½ – 1 ช้อนโต๊ะ

3. นมข้นจืดประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ

4. น้ำตาลปี๊ปประมาณ 100 – 150 กรัม

5. น้ำมันหอยประมาณ 5 ช้อนโต๊ะ

6. ซีอิ้วขาวเห็ดหอม 3 – 4 ช้อนโต๊ะ

7. กระเทียมกลีบใหญ่ 10 – 15 กลีบ

8. รากผักชี 5 – 7 ราก

9. พริกไทยเม็ด 1 – 2 ช้อนโต๊ะ



ขั้นตอนการทำหมูปิ้งนมสด

1. ล้างเนื้อหมูให้สะอาด จากนั้นหั่นเนื้อหมูตามยาว

2. โขลกรากผักชี กระเทียม และพริกไทยเม็ดให้ละเอียด แล้วผสมให้เข้ากัน

3. นำเนื้อหมูที่หั่นแล้วมาหมักกับเครื่องเทศที่โขลกไว้ จากนั้นก็ใส่ซีอิ้วดำ น้ำมันหอย น้ำตาลปิ๊ป นมข้นจืด และซีอิ้วขาวลงไป

4. คลุกเคล้าหมูกับเครื่องปรุงให้เข้าเครื่องกัน จากนั้นนำไม้แหลมมาเสียบหมูที่หมักไว้ ตามจำนวนที่ต้องการ เสร็จแล้วใส่ลงในภาชนะที่มีฝาปิดสนิท แล้วแช่ตู้เย็นไว้ 1 คืน

5. นำหมูมาปิ้งบนเตาย่างร้อนๆ ประมาณ 10 – 15 นาที จนสุกทั่ว เสิร์ฟพร้อมกับข้าวเหนียวร้อนๆ รับรองอร่อยค่ะ

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ข้าวขาหมู



วิธีเลือกข้าวขาหมู


1.ต้องเลือกขาหลัง เพราะว่าขาหีากระดูกใหญ่ เวลาเอาไปชั่ง จะหนัก เวลาขายขาดทุน สังเกตุดูนะครับ เวลาหมูจะลุกขึ้น มันจะใช้ขาหน้าลุกก่อน มันใช้ขาหน้าออกกำลังมากกว่าขาหลัง (อันนี้สังเกตุเอง อาม่าไม่ได้บอกครับ) กระดูกขาหน้ามันก็เลยใหญ่ ครับ
2.เลือกทั้งท่อนเลยนะครับ เช่นตั้งแต่อุ้งตีนหมู ที่เขาเรียกว่า “คากิ” นั่นแหละครับ ไปจนถึงข้อที่ 2 เกือบต้นขานั่นแหละครับ ได้ขาหมูมาแล้วนะครับ ไม่ต้องหั่นเป็นท่อนเล็ก เอาทั้งท่อนใหญ่นะครับ (เวลาซื้อ ผมชอบไปซื้อที่แมคโคร เพราะมันถูกดี เลือกได้ดีด้วย สำคัญคือ ไม่ต้องให้เขาหั่นเป็นท่อน ๆนะครับ)
3.เอามีดโกนขนออก หรือเอาไฟเผา ให้ขนมันออกให้หมด เอาให้สะอาดนะครับ เวลากินแล้วเห็นขน…. แหว่ะ เอาไปล้างให้สะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง
4.เอาขาหมูไปทอดน้ำมันก่อน
5.ใช้น้ำมันเยอะหน่อยนะครับเอาให้ท่วมหรือเกือบท่วมขาหมู ทอดทีละเยอะ ๆ จะได้ประหยัด ต้มไม่หมด เก็บใส่ช่องแข็งไว้ก็ได้



วิธีทำข้าวขาหมู สูตรเนื้อนุ่ม

วัสดุที่ต้องเตรียม

ขาหมู 1 ขา
รากผักชี 5 ชิ้น
ซีอิ๊วดำ 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่เป็ดต้ม 5 ฟอง
ผักกาดดอง
กระเทียมทุบพอแตก 5 กลีบ
พริกไทยเม็ด 1 ช้อนชา
เกลือเม็ด 1 ช้อนชา
ผงพะโล้ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำอัดลมกลิ่นโคล่า 1 กระป๋อง
ซีอิ๊วขาว 4 ช้อนโต๊ะ
ผักคะน้า
พริกชี้ฟ้าเหลือง หรือแดงโขลกละเอียด ผสมน้ำส้มสายชู และน้ำตาลทรายสำหรับน้ำจิ้ม

วิธีทำ

1. ล้างขาหมูให้สะอาด ขูดเอาขนออกให้หมด
2. ใส่ขาหมูลงในหม้อ เติมน้ำให้ท่วมขาหมู นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่รากผักชี กระเทียม พริกไทย ผงพะโล้ และน้ำอัดลมกลิ่นโคล่า ต้มจนเดือด ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว และซีอิ๊วดำ ปิดฝาเคี่ยวจนขาหมูเปื่อย และน้ำเริ่มงวด ชิมรสตามชอบ จากนั้นใส่ไข่เป็ด ผักกาดดอง และผักคะน้าลงต้มจนสุก ปิดไฟ
3. หั่นขาหมูเป็นชิ้น ๆ จัดใส่จาน พร้อมไข่เป็ด ผักกาดดอง และผักคะน้า พร้อมรับประทานคู่กับข้าวสวย และน้ำจิ้ม
4. เสริฟพร้อมข้าวร้อนๆ รับรองลูกค้าต้องติดใจ

สูตรต่อไป


ตอนที่ 1 

ค่อย ๆ บอกไปวันละนิดนะครับ คือตอนนี้เปิดสำนักงานกฎหมายด้วย เพราะชาวบ้านชอบมาขอคำปรึกษาเรื่องกฎหมาย คนที่มาปรึกษาไม่รู้ว่าเป็นคนดี หรือเป็นโจร (เพราะไม่มีใครบอก บอกแต่ว่าตัวเองเดือดร้อน) ถ้าเป็นคนดีก็ โอเค.ครับ แต่ถ้าเป็นโจรขึ้นมา เราก็ไม่รู้ ว่ามีตำรวจตามมาหรือเปล่า เดี๋ยวเขาก็จะนึกว่าเราเป็นพวกเดียวกัน เดี๋ยวมีเรื่อง ก็เลยเปิดเป็นสำนักงานกฎหมายดีกว่า

วิธีเลือกขาหมู
1.ต้องเลือกขาหลัง เพราะว่าขาหน้ากระดูกใหญ่ เวลาเอาไปชั่ง จะหนัก เวลาขายขาดทุน สังเกตุดูนะครับ เวลาหมูจะลุกขึ้น มันจะใช้ขาหน้าลุกก่อน มันใช้ขาหน้าออกกำลังมากกว่าขาหลัง (อันนี้สังเกตุเอง อาม่าไม่ได้บอกครับ) กระดูกขาหน้ามันก็เลยใหญ่ ครับ
2.เลือกทั้งท่อนเลยนะครับ เช่นตั้งแต่อุ้งตีนหมู ที่เขาเรียกว่า "คากิ" นั่นแหละครับ ไปจนถึงข้อที่ 2 เกือบต้นขานั่นแหละครับ ได้ขาหมูมาแล้วนะครับ ไม่ต้องหั่นเป็นท่อนเล็ก เอาทั้งท่อนใหญ่นะครับ (เวลาซื้อ ผมชอบไปซื้อที่แม็คโคร เพราะมันถูกดี เลือกได้ดีด้วย สำคัญคือ ไม่ต้องให้เขาหั่นเป็นท่อน ๆนะครับ)
3.เอามีดโกนขนออก หรือเอาไฟเผา ให้ขนมันออกให้หมด เอาให้สะอาดนะครับ เวลากินแล้วเห็นขน.... แหว่ะ เอาไปล้างให้ะอาด ทิ้งไว้ให้แห้ง
4.เอาขาหมูไปทอดน้ำมันก่อน
5.ใช้น้ำมันเยอะหน่อยนะครับเอาให้ท่วมหรือเกือบท่วมขาหมู ทอดทีละเยอะ ๆ จะได้ประหยัด ต้มไม่หมด เก็บใส่ช่องแข็งไว้ก็ได้

การทอด

ถ้าจะทำเป็นอาชีพ น่าจะเตรียมกระเหล็กใหญ่ ๆ ทอดทีละมาก ๆ ทอดเพ่ืออะไร เพ่ือไล่ไขมันติดอยู่ระหว่างหนังกับเนื้อออกบ้าง เวลากินจะได้ไม่เลี่ยน อีกอย่างหนึ่ง เวลาทอดได้ที่แล้ว หนังหมูจะกรอบ แข็ง เวลาต้มขาหมูจนได้ที่แล้ว หนังหมูจะไม่เละ กินแล้วกรุบ ๆ ข้าวขาหมูบางจ้าว ไขมันเยอะมาก เพราะใช้แค่ไฟเผาหนัง พอเกรียม ๆเท่านั้น แต่มันหมูมันไม่หายไป เวลาตักเสริฟมันก็เลยมีไขมันติดมาเยอะครับ เลี่ยนมากเลยครับ

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน พอน้ำมันเริ่มร้อน ใส่ขาหมูลงไป หลายขา ทอดทีเดียวเอาให้คุ้มแก้ส+ น้ำมันครับ หมั่นพลิกขาหมู กลับไปมาบ่อย ไฟแรงกว่าทำกับข้าวทั่วไป ไม่ต้องแรงมาก ไม่ต้องถึงขนาดเปิดหัวแก้สจนได้ยินเสียฟู่ ๆๆ ระวังหนังหมูจะไหม้ หมั่นกลับ-พลิก บ่อยๆ ต้องระวังด้วยนะครับ แรก ๆ ไม่ชำนาญ ให้ผู้ชายทอดดีกว่า ขาหมูมันหนัก เวลาพลิก-กลับด้าน อย่าให้น้ำมันกะฉอก โดนมือ พองแน่ ระวังน้ำมันกระเด็น ร้อนมาก ทอดไปสักพักหนึ่ง หนังหมูมันจะพอง +แตก เหมือนทอดไก่ เสียงดัง แต่จะแตกมากกว่า น้ำมันจะกระเด็นใส่เอา 

ทอดจนหนังหมูเป็นสีเหลืองแก่ ๆ แต่ต้องระวัง ไม่ให้หนังหมูไหม้นะครับ

คิดว่าสีสวยแล้วเอาขึ้นมาผึ่งไว้สักชั่วโมงก็พอครับ

เครื่องปรุง

ขอบอกอย่างนี้ก่อนนะครับ ผมไม่เคยชั่งตวงเครื่องปรุงเลย กะเอาตามจำนวนขาหมู ว่าต้มมาก หรือน้อย อย่างวันงานครบรอบ 1 ปี ใช้ขาหมู 20 ขา ทอด แล้วต้ม ผมใช้เครื่องปรุงอย่างงี้ครับ

เครื่องปรุง

1. ใบเตย เอามามัดเป็นกำ กำละประมาณ 10-15 ใบ กำแล้วมัดให้แน่น เอาใบมันนั่นแหละมัด หรือจะเอาตอกไม้ไผ่มัดก็ได้ เวลาต้มแล้ว กำใบเตยจะได้ไม่แตก ประมาณ 5 - 6 กำ เวลาคิดทำข้าวขาหมูขาย นะครับ ขอความกรุณาปลูกก่อนเลยครับ ปลูกเยอะ ๆ เวลาซื้อเขามาแล้วเสียดายตัง
2. กระเทียม แกะออกมาเป็นเม็ด ไม่ต้องแกะเปลือก ไม่ต้องทุบ ประมาณ 2 - 3 กำมือ

3.ซวงเจีย เป็นยาจีน หาซื้อแถวร้านขายยาจีน เป็นเม็ด เบา สีดำ ใช้ประมาณ 1 ทับพี

3.โป้ยกั๊ก มีลักษณะเป็นดอกดาวกระจาย ใช้ประมาณ 2 ทับพี

4.ไม้หอม ใช้ประมาณ 5-10 อัน ขึ้นอยู่กับว่า ไม่มันยาวหรือเปล่า ลักษณะเป็นไม้ กลมม้วนเล็ก ๆ เวลาไปซื้อพยายามดมหน่อยนะครับ ถ้าเหม็นหืนก็อย่าซื้อ

5. พริกไทยดำประมาณ 2 ทับพี ห้ามทุบเด็ดขาด

6พริกไทยขาว ประมาณ 1 ทับพี ห้ามทุบเด็ดขา

7.เหล้าแม่โขง ประมาณครึ่งแก้ว

8.โอวัลตินรสดั้งเดิมประมาณ 5 ช้อนพูน ๆ ห้ามเอารสผสม เช่นรสผสม มอลล์ หรืออะไรก็ไม่ได้ ไมโลก็ไม่ได้

9.ซีอิ้วขาวตราเด็กสมบูรณ์

10.ซีอิ้วดำ

11.ข่า เอาเป็นหัว ไม่เอาใบ ล้างให้สะอาด ลอกเปลือกออก หั่นเป็นท่อน ห้ามทุบ

12.เกลือเม็ดประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ

13.น้ำตาลปีบประมาณ 1/2 กก. 

เวลาต้ม

ตั้งน้ำ เยอะ ๆ อย่าง 20 ขา ผมใช้หม้อขนาดประมาณ 20 นิ้ว ใส่น้ำประมาณ 3/4 ของหม้อ

ใส่ใบเตยที่มัดแล้วลงไป

เครื่องปรุงเกือบทุกอย่าง ยกเว้น โอวัลติน เหล้าแม่โขง ซีอิ้ว เอาใส่ผ้าขาวบางห่อมัดให้ดี เวลาต้มจะได้ไม่แตก เอาใส่ลงไป 

เอาขาหมูทั้งหมดใส่ลงไป

เปิดไฟกลาง เคี่ยวไปเรื่อย ๆ พอน้ำเริ่มร้อนให้ใส่โอวัลตินลงไป ใส่เหล้าแม่โขง ซีอิ้วดำ ซีอิ้วขาว ชิมให้ออกเค็มนิดหน่อย พอความร้อนได้ที่ น้ำจะต้องเดือดนะครับ

อย่าเปิดไฟแรงเดี๋ยวขาหมูเละเสียก่อนที่เครื่องปรุงจะเข้าเนื้อ

เคี่ยวพอกลิ่นหอม ลองชิมว่ารสชาติเป็นงัย น่าจะเค็มขึ้นนะเพราะน้ำระเหยไปพอสมควร ต้องให้น้ำท่วใขอหมู ตลอดเวลานะครับ

ผ่านไปสัก 2 ชม. จะเห็นว่าขาหมู น้ำปรุง เริ่มสีคล้ำ ดำขึ้น เพราะเครื่องปรุงมันออกมาผสมกับโอวัลติน 

อันนี้สำคัญ เอาน้ำตาลปีบ มาเคี่ยวบนกระทะ เคี่ยวให้มันไหม้ไปเลย แต่อย่าให้ดำนะ พอมีกลิ่นไหม้ ตักน้ำต้มขาหมู ใส่ให้น้ำตาลมันละลายในกระทะ เคี่ยวอีกนิดหน่อย เทลงในน้ำตัมขาหมู เคี่ยวไปเรื่อย หมั่นตักขาหมูดูว่า เริ่มนิ่มหรือยัง 

อย่าตักแรง เดี๋ยวขาหมูหลุดออกจากกระดูก เพราะถ้าเนื้อมันหลุดออกมา เนื้อมันจะเละ ไม่สวย

ลองชิมน้ำดูอีกครั้ง 

ข้าวขาหมูเขาจะกินกับน้ำส้ม กับผักคะน้า หรือ ผักดอง ดังนั้น น้ำขาหมูจะต้องหวานนิดส์ เค็มหน่อย ถ้ามันยังไม่มีรชาด ก็เติม ซีอิ้ว ขาว ดำ หรือน้ำตาล หรือเติมน้ำเปล่าลงไป ปรุงให้มันได้รสที่เราต้องการ สำคัญที่สุด คือ ห้ามใส่น้ำปลาเด็ดขาด

เคี่ยวไฟเบา ๆ ไปเรื่อย นะครับ จนเนื้อหมูนิ่ม แต่ไม่เละ ปิดไฟ ทิ้งไว้สักครึ่งวันค่อยเอามาขาย

เวลาขาย เอาเฉพาะน้ำขาหมูใส่กระทะสำหรับขาย 
แยกขาหมูออกมาก่อน แบ่งขาย ที่เหลือใส่ตู้เย็นไว้ได้ หมดแล้วค่อยเอามาใส่ใหม่ ควรมือตะแกงสำหรับวางขาหมู เพราะถ้าต้มตลอดเวลา ขาหมูเละแน่นอน

น้ำจิ้มซีฟู๊ด



โดยสูตรนี้ได้รับการแบ่ปันมาจากคุณ baokalasin สมาชิกบนเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เจ้าของร้านหมูกระทะที่เคยมาแบ่งปันสูตรหมักหมูนุ่มให้เพื่อนๆได้นำไปหมักและรับประทาน มาวันนี้จึงได้มาแบ่งปันสูตรน้ำจิ้มซีฟู้ดให้เพื่อนๆ อีกครั้ง เราไปดูกันดีกว่าว่ามีขั้นตอนการทำอย่างไรบ้าง



วัตถุดิบในการทำน้ำจิ้มซีฟู้ด

1.ผักชี  4  ขีด
2.กระเทียม 4 ขีด
3.พริก 4 ขีด
4.น้ำตาลปี๊บ 1 กิโลกรัม
5.เกลือ 5 ช้อนแกง
6.น้ำมะนาว 4 กระบวย
7.น้ำร้อน 3 กระบวยครึ่ง
8.ผงชูรส (อันนี้แล้วแต่ความชอบของเพื่อนๆครับ)



ขั้นตอนการทำน้ำจิ้มซีฟู้ด

1. ตั้งหม้อแล้วต้มน้ำให้เดือดเป็นอันดับแรก





2. เตรียมชามใบเล็ก 1 ใบ หรือจะเป็นหม้อใบเล็กก็ได้ จากนั้นใส่น้ำตาลปี๊บลงไป 1 กิโลกรัม





3. จากนั้นใส่ผงชูรสลงไปตามใจชอบ หรือเพื่อนๆอาจจะไม่ใช้ก็ได้ครับแล้วแต่ความชอบ





4. แล้วใส่เกลือลงไป 5 ช้อนแกง





5. ใส่น้ำร้อนลงไป 3 กระบวยครึ่ง 




6. หลังจากใส่น้ำร้อนลงไปแล้วก็คนให้เข้ากัน คนจนให้น้ำตาลปี๊บแตกละเอียดเข้ากันกับน้ำ





7. เมื่อคนจนเข้ากัน



8. จากนั้นใส่น้ำมะนาวลงไป 4-5 กระบวย





9. ใส่น้ำมะนาวลงไปแล้วก็คนให้เข้ากัน





10. ผักชี  4 ขีด ใช้ทั้งต้น ตั้งแต่รากจนใบ ยกเว้นใบที่เสียก็ให้เด็ดออก พริกแดง  4  ขีด กระเทียมปอก 4 ขีด ส่วนผสมทั้งหมดที่จะใช้ทำน้ำจิ้มซีฟู๊ด





11. จากนั้นนำส่วนผสมทั้งหมดมาปั่นรวมกันโดยใส่พริก ใส่กระเทียม ใส่ผักชี ลงไปในเครื่องปั่น แล้วใส่น้ำปรุงที่เราเตรียมไว้ลงไปเผื่อให้การปั่นง่ายขึ้น ขึ้นตอนการปั่นแยกปั่นสองครั้ง



ปั่นส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้





12. ปั่นเสร็จก็เทลงใส่โหลแก้วหรือใส่หม้อ หากน้ำปรุงเหลือก็เทลงไปรวมกันแล้วคนให้เข้ากันอย่าทิ้งนะครับ เพียงแค่นี้ท่านก็จะได้น้ำจิ้มซีฟู๊ด ไว้กินกับอาหารทะเลแล้วครับ



เมื่อทำเสร็จแล้วก็จะได้น้ำจิ้มซีฟู้ดดังรูปข้างบนครับ หากเพื่อนๆต้องการทำในปริมาณที่เล็กกว่านี้ ก็แบ่งสัดส่วนให้น้อยลง เมื่อรับประทานคู่กับอาหารทะเล รับรองอร่อยแน่ๆ

ก๋วยเตียวเรือ อยุธยา



ก๋วยเตียวเรือสูตรอยุธยา
พูดถึงก๋วยเตี๋ยวเรือผมชอบมาก โดยเฉพาะนำตก ชอบเลือดเยอะๆ ข้นๆ ใส่พริกป่นเยอะๆ เผ็ดอย่าบอกใคร แต่ที่เจอขายส่วนมากแล้ว ไม่ค่อยประทับใจเนื่องจากมีหลายสูตร ที่มาหลายตำหรับ แต่ถ้าเป็นสูตรดั้งเดิมของ อยุธยา ก็เป็นอันเชื่อได้ว่า อร่อยแน่นอน แต่การทำกินเองมันค่อนข้างจะยุ่งยาก ไม่คุ้มกับการทำ แต่ถ้าเราทานกันประมาณ ๓๐ - ๕๐ คนก็น่าทำ ครับ

ก๋วยเตี๋ยวเรือสูตรโบราณ(อยุธยา) หมู, เนื้อ
ขั้นตอนการปรุงน้ำซุป มี 4 ขั้นตอน ดังนี้

1. ต้มน้ำให้เดือด นำกระดูกลงต้ม(วัวใช้กระดูกข้อขา, หมูใช้กระดูกหลัง)

2. นำเครื่องปรุง(น้ำซุป)ลงต้ม

3. นำเลือด-กะทิ ลงต้ม (เอาตะแกรงลวกเส้นลงไปเขย่าให้เข้ากัน)

4. นำเครื่องเทศ ใบเตย รากผักชี ข่าแก่ ลงต้ม

เครื่องปรุงน้ำซุป

1. กะทิสดแยกหัวกะทิ - หางกะทิ จำนวน 1 กิโลกรัม
2. กระดูกสันหลังหรือกระดูกข้อขาครึ่งกิโลขึ้นไป
3. เลือดสด 3 กระบวย
4. ใบเตย 1 กำมือ
5. รากผักชี 4-5 ต้น
6. ข่าแก่ 1 หัว

วิธีปรุงน้ำซุป
วิธีการปรุงน้ำซุป และเครื่องปรุง
ถ้าจะปรุงไว้ก่อนแล้วเก็บใส่ขวดโหลไว้ก็ได้
เริ่มต้นให้หากะละมังมา 1 ใบ เพื่อผสมเครื่องปรุงน้ำซุปโดยให้ใส่เครื่องปรุงตามลำดับต่อไปนี้นะจ๊ะ
1.ใส่ซีอิ้วดำ ½ กระบวย
2. ใส่เกลือแกง 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
3. ใส่ซอสปรุงรส 2 กระบวย
4. ใส่ซีอิ้วขาว 1 กระบวย
5. ใส่เต้าหู้ยี้ 1+1/2 ก้อน(รวมทั้งเต้าหู้ยี้ น่อยหนึ่งและให้บี้ที่เป็นก้อนให้ละเอียดก่อนเทผสมในกะละมัง)
6. ใส่ผงชูรส 2 ช้อนโต๊ะ
7. ใส่คะนอ 2 ก้อน
8. ใส่น้ำกระเทียมดอง 2 กระบวย(ให้ทุบหัวใส่ลงไปด้วย)
9. ใส่น้ำตาลแดงหรือน้ำตาลอ้อย 2 กระบวย
10 ใส่เต้าเจียว ครึ่งกระบวย(บดให้ละเอียด)
11. ใส่น้ำตาลกรวด 3 ช้อนโต๊ะ(เกือบขีด)
12. ใส่เหล้าเชียงชุน ½ กระบวย
13. ใส่หัวกะทิ-หางกะทิ 1 กิโลกรัม
14. ใส่เลือด 4 กระบวย
15. ใส่เครื่องเทศ มีทั้งห่อผ้าขาวและใส่นอก ดังนี้

15.1 ห่อผ้าขาว ได้แก่
1. โป้ยกั๊ก 1 ช้อนโต๊ะ(7-8ดอก) ตำพอสมควรไม่ต้องละเอียดมาก
2. เม็ดผักชี 1 ช้อนโต๊ะ(ตราไร่ทิพย์)
3. พริกหอม 1 ช้อนโต๊ะ(ตราไร่ทิพย์)
4. กระเทียมสดตำ 2 ช้อนโต๊ะ
ให้นำทั้ง 4 อย่างไปคั่วให้หอมก่อน แล้วใส่ครกตำไม่ต้องละเอียด มากนัก เสร็จแล้วนำไปใส่ผ้าขาว ห่อมัดให้แน่น
*เดี๋ยวนี้ มีเครื่องเทศสำเร็จรูป เรียกว่า “ผงหอมก๋วยเตี๋ยวเรือ”ใช้ผงนี้ 2 ช้อนโต๊ะผสมกับเหล้าเชียงชุน คนให้เข้ากันแล้วเทใส่ถังต้มตอนน้ำเดือด

15.2 ไม่ต้องห่อผ้า ได้แก่
1.อบเชย ½ ขีด
2.ใบเตยหอม 1 กำมือ
3.รากผักชีทุบ 5-6 ราก
4. ข่าแก่หั่นแว่น 2 หัว
16. หลังจากใส่เครื่องเทศ พอน้ำเดือดเต็มที่แล้ว ให้หรี่ไฟลง และตั้งใว้
อย่างน้อย 1 ชั่วโมง

การเติมน้ำซุป
การตุ๋นหมู, เนื้อ (ประมาณ 1 กก)
การตุ๋นหมู หรือเนื้อให้ดำเนินการตามขั้นตอน ดังนี้
1.นำน้ำตั้งไฟจนน้ำเดือด
2.นำหมูหรือเนื้อประมาณ 1 กก. โดยให้ท่วมหมูหรือเนื้อ
ประมาณ 1 นิ้ว
3.ใส่เครื่องตุ๋น
4.ใส่เครื่องยาจีน
5.ใส่เหล้าจีน 5 ช้อนโต๊ะ
6.ใส่รากผักชี
7.ใส่ข่าแก่
8.ใส่ซีอิ้วดำปรุงสี
ขณะต้มให้ใช้ไฟอ่อนๆ

น้ำซุป 14 ลิตร ใช้หมู เนื้อ ลูกชิ้นและเส้น ดังนี้
1. เนื้อหมูหั่นบาง 1 กก.
2. ตับหมูหั่นบาง ½ กก.
3. หมูตุ๋น(ใช้พวงตับ) ½ กก.(อยู่เหนือตับ/เนื้อสันคอ/เอ็นขา/ข้อตับ
4.ลูกชิ้นหมูอย่างดี
5.เส้น 6 กก.

ถั่งงอก
1.ให้ใช้ถั่วงอกที่ยังไม่ล้างน้ำ นำมาล้างเอง (ประมาณ 1 กก.)
2. เอาน้ำส้มสายชู ประมาณ 
3 ช้อนโต๊ะ ลงแช่

กระเทียมเจียว
ใช้กระเทียม 1 กก.โขลกละเอียด ซึ่งสามารถเจียวน้ำมัน 2 ชนิด ทั้งน้ำมันพืช และน้ำมันหมู ดังนี้

เจียวน้ำมันหมู
1. เจียวน้ำมันหมู จนกากหมูเหลือง
2. นำกระเทียมลงเจียว ใช้ไฟกลาง พอกระเทียมเหลือง ก็ใช้ได้

เจียวน้ำมันพืช
1. ตั้งน้ำมันพืชจนเดือด
2. นำกระเทียมลงเจียว ใช้ไฟกลาง พอกระเทียมเหลือง ก็ใช้ได้

พริกน้ำส้ม
เครื่องปรุงมีสูตร ดังนี้
1. นำพริกสด แดง- เขียว ประมาณ ½ กก.
2. กระเทียมสด 1 กระบวย
3. น้ำส้มสายชู 3 ขวด
4. น้ำกระเทียมดอง 2 กระบวย
5.เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีปรุงพริกน้ำส้ม ทำตามขั้นตอน ดังนี้
1. นำพริก/กระเทียม คั่วจนสุก
2. นำพริก/กระเทียม ที่คั่วจนสุกแล้ว ใส่กะละมัง
3. ใสน้ำส้ม/น้ำกระเทียมดอง/เกลือป่น
4. นำไปบด

พริกเผา
เครื่องปรุงพริกเผา มีดังนี้
1.พริกแห้ง ½ กก.(ปั่นแล้ว)
2. น้ำมันพืช ½ ลิตร
3. ผงชูรส ½ ช้อนโต๊ะ
วิธีทำพริกเผา
1. ตั้งน้ำมันจนร้อน แล้วหรี่ไฟลง
2. ค่อย ๆ เทพริกที่ป่นแล้ว คนให้ทั่ว
3. เมื่อพริกเปลี่ยนสี(สุกแล้ว)ให้ปิดไฟ
4. ใส่ผงชูรส

สูตร บาร์บีคิว หมู-ไก่

เมนู "บาร์บีคิว" สุดฮิต สำหรับวันหยุดสุดชิว ที่เราสามารถทำได้เองไม่ว่าจะอยู่ที่บ้านพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวแสนสุข หรือจะเป็นวันหยุดสุดขีดกับเที่ยว-พักชิวๆต่างจังหวัด ก็สามารถรังสรรเมนูบาร์บีคิวได้ ไม่จำกัดที่ อีกทั้งเป็นเมนูที่ทำแสนง่าย แถมยังได้ใจคนในครอบครัวอีกด้วย วันนี้ครัวทีนิวส์ขอนำเสนอสูตรบาร์บีคิวในหลากหลายสไตล์ตามใจคุณเลือก วันหยุดนี้เรามาทำให้เป็นวันที่สุดชิวกันเถอะ มาดูส่วนผสมและวิธีทำกันว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง


:: สูตรที่ 1 ::

ส่วนผสม

หมูสันใน 250 กรัม
เนื้อไก่ 250 กรัม
สับปะรด 1 ถ้วย
หอมหัวใหญ่ 1 ถ้วย
มะเขือเทศสีดา 10 ลูก
พริกหยวก 1 ถ้วย
พริกหวาน 1 ถ้วย
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
เนยสด 1 ถ้วย
น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 1 ช้อนชา
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ


เครื่องปรุงส่วนผสมซอสบาร์บีคิว

ซอสพริก 1 ช้อนโต๊ะ
ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลทราย 3 ช้อนชา
มัสตาร์ด 1 ช้อนชา
กระเทียมสับละเอียด 2 กลีบ


วิธีทำ

นำหมูและไก่มาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วพักไว้
นำซอสพริก ซอสมะเขือเทศ น้ำตาลทราย มัสตาร์ด กระเทียมสับมาผสมเข้าด้วยกัน แล้วพักไว้
นำเนื้อหมู และเนื้อไก่ที่เตรียมไว้มาหมักเข้ากับพริกไทยป่น น้ำตาลทราย เกลือ น้ำมันหอย ซีอิ๊วขาว หมักทิ้งไว้ 30นาที หรือ1 ชั่วโมง เพื่อให้เครื่องปรุงเข้าเนื้อได้ดี
นำเนื้อหมูและไก่ที่หมักเสร็จแล้วมาเสียบไม้สลับกับสับปะรด พริกหยวก พริกหวาน มะเขือเทศ จากนั้นนำมาย่างโดยใช้ไฟปานกลาง
ทาเนยลงบนบาร์บีคิวให้ทั่วขณะย่าง จากนั้นทาซอสที่เตรียมไว้มาทาทับให้ทั่วอีกครั้ง ย่างจนเนื้อหมูและไก่สุก
จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ


:: สูตรที่ 2 ::

ส่วนผสม

ซอสมะเขือเทศ 10 ช้อนโต๊ะ
ซอสพริก 5 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือ ปลายๆ ช้อนชา
พริกป่น 1/2 ช้อนชา


วิธีทำ

คนส่วนผสมให้เข้ากัน
จะย่างอะไรก็เสียบไม้ไว้ สลับเนื้อสัตว์ - สัปปะรส - มะเขือเทศ - พริกหวาน ตามชอบเลย
แล้วก็ย่างเดิมๆไปก่อนยังไม่ต้องทา ให้มันพอเกือบสุก ก็เอาแปรงจุ่มซอส แล้วก็ ทาๆๆ
ย่างต่อให้มันแห้งอีกนิด เป็นอันเสร็จ


:: สูตรที่ 3 ::

ส่วนผสม

เนื้อ 1 กก
น้ำมันหอย  4  ช้อน
น้ำมันพืช   2 ช้อน
ซีอิ้วขาว    1  ช้อน
แม็กกี้        1 ช้อน
น้ำตาล      1 ช้อนชา
พริกไทยป่นหรือเม็ด(ตำละอียดพอประมาณ)  ตามความชอบ
ผงชูรสใส่ตามชอบ (ไม่ใส่ก็ได้ แต่ผมขาดไม่ได้)

วิธีทำ

หมักให้เข้ากัน ทิ้งไว้ซัก 10 นาที (แต่ถ้าชอบเค็มๆก็นานกว่านี้ได้ 555 )
อันนี้เป็นสูตรส่วนตัว ที่ใช้กินเวลาแกล้มเบียร์
แต่ถ้าแบบง่ายๆก็แนะนำ  ทาคูมิ อายิซอส  ขวดสีแดงครับ แก้ขัดได้